พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
TOMATO333 พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000

Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Admin

Pages: [1] 2
1


สำหรับ เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่ นั้นเป็นผู้เล่นเชลซี เล่นในตำแหน่งกองหลัง- เว็บไซต์สโมสรกับอาร์เซนอล เมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 2018 สำหรับสโมสรเดิมที่ย้ายมาคือโรม่า และค่าตัวล่าสุดปัจจุบันคือ 27 ล้านปอนด์ ในการลงเล่นกับสโมสรเชลซีนั้นก็ใส่เสื้อเบอร์ 33 ในการลงเล่นและจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2022 และปัจจุบันยังเล่นให้ทีมชาติอิตาลีอีกด้วย

เอเมอร์สัน นั้นอายุ 25 ปี เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 1994 ส่วนสูงของ เอเมอร์สัน คือ 1.76 เมตร น้ำหนัก 79 กิโลกรัม เป็นคนสัญชาติอิตาลี และเท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าซ้าย

ต้องบอกเลยว่า เอเมอร์สัน นั้นมีทักษะการเล่นที่ดีโดยเฉพาะการจ่ายบอลยาวที่ต้องบอกไปว่าอ่านเกมต่างๆได้อย่างเฉียบขาด อเมอร์สันจึงทำผลงานอย่างประทับใจโดยเฉพาะในทีมซานโตน รุ่นยู 20 ซึ่งได้เป็นตัวจริงของทีมชุดใหญ่มีการแสดงผลงานได้มากขึ้น

และในฤดูกาล 2018-2019 ในลีกคัพ เอเมอร์สัน นั้นได้ทำประตูแรกให้กับสโมสรเชลซี ซึ่ง เอเมอร์สัน นั้นได้ยิงประตูในระยะเผาจนทำให้ เชลซีชนะลิเวอร์พูลในนัดนั้นด้วยสกอร์ 2 ต่อ 1

สำหรับผลงานในการเล่นให้กับทีมชาติ เอเมอร์สัน นั้นได้ลงเล่นให้กับทีมชาติบราซิล และรวมถึงฟุตบอลโลกรุ่นยู 17 ต่อมา เอเมอร์สัน ได้เปลี่ยนสัญชาติกลายมาเป็นชาวอิตาเลียนจึงได้เข้าทีมชาติอิตาลีและเล่นให้ทีมชาติอิตาลีในเดือนกันยายน ค.ศ. 2018 ซึ่งมาในรายการยูฟ่าเนชั่นส์ลีกเป็นนัดที่อิตาลีพบกับโปรตุเกสแต่ อเมอร์สันได้ลงเป็นตัวสำรองแพ้ให้กับโปรตุเกส 1 ต่อ 0

2


รีซ เจมส์ เป็นนักฟุตบอลที่อยู่สโมสรเชลซีเป็นกองหลังแบ็คขวา ได้เซ็นสัญญานักเตะ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 และสัญญาจะสิ้นสุดลงวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2025 สำหรับสโมสรเดิมคือ Chelsea u23 ค่าตัว ของ รีซ เจมส์ ล่าสุดคือ 13.50 ล้านปอนด์และปัจจุบันยังเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ U21

สำหรับประวัติข้อมูลส่วนตัวของ รีซ เจมส์ เกิดวันที่ 8 ธันวาคม ค. ศ. 1999 อายุ 20 ปี เป็นคนสัญชาติอังกฤษ ส่วนสูง 1.80 เมตร เท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าขวา สำหรับเสื้อที่ใส่ในการเล่นให้กับเชลซีคือเบอร์ 24

ต้องบอกว่า รีซ เจมส์ นั้นเกิดที่ลอนดอนและยังได้ร่วมเข้าสโมสรเชลซีตั้งแต่อายุแค่ 6 ขวบอีกด้วย และก็ได้เลื่อนมาเล่นฟุตบอลระดับอาชีพ ในช่วงเดือนมีนาคม ค.ศ. 2017 และในการแข่งขันฟุตบอลในฤดูกาล 2017-2018 ได้รายการเอฟเอยูธคัพ รีซ เจมส์ ได้ขึ้นมาเป็นกัปตันทีมและคว้าแชมป์ให้กับทีมอีกด้วยจึงได้รับตำแหน่งผู้เล่นเยาวชนแห่งฤดูกาล

ในเดือนมีนาคม ค.ศ.2019  รีซ เจมส์ นั้นได้ติดทีมยอดเยี่ยมของ EFL Championship ของฤดูกาลที่ 2018-2019 รวมไปถึงได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย ซึ่งกวาดรางวัลไปถึง 3 รางวัล

สำหรับข้อมูลในการเล่นฟุตบอลลีกในฤดูกาล 2019-2020 ในรายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีกเล่นให้กับทีมสโมสรเชลซี ซึ่งเล่นทั้งหมด 17 match แอสซิสต์ 2 เปลี่ยนตัวเข้า 6 ครั้ง เปลี่ยนตัวออก 2 ครั้ง ได้ใบแดง 1 ใบ

และข้อมูลในการเล่นฟุตบอลถ้วยระดับนานาชาติในฤดูกาล 2019-2020 รายการการแข่งขันแชมป์เปียนลีกเล่นให้กับทีมสโมสรได้ลงเล่นทั้งหมด 5 Match ทำประตูได้ 1 ประตู เปลี่ยนตัวเข้า 2 ครั้ง เปลี่ยนตัวออก 1 ครั้ง ใบเหลือง 1 ใบ

3


สำหรับ บิลลี่ กิลมัวร์ ต้องบอกเลยว่าเป็นนักฟุตบอลให้กับทีมสโมสรเชลซีที่มีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น เกิดวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2001 เป็นคนสัญชาติสกอตแลนด์ และมีส่วนสูง 1.70 เมตร การเล่นให้กับทีมสโมสรเชลซีนั้นมีค่าตัวล่าสุดถึง 2.7 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

สำหรับสัญญานักเตะคือเข้าร่วมเล่นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2020 และจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2023 สโมสรเดิมที่ย้ายมานั่นก็คือเชลซี U23 และปัจจุบันยังเล่นให้กับทีมชาติสกอตแลนด์ U21 อีกด้วย

บิลลี่ กิลมัวร์ นั้นเป็นนักเตะที่มีเทคนิคดีเยี่ยมและมีความเฉลียวฉลาดในการเล่นสามารถมีโอกาสที่จะสร้างประตูให้กับเพื่อนร่วมทีมหรือสามารถนำลูกบอลไปยิงประตูฝ่ายตรงข้ามเองได้ดีอีกด้วย และไม่พอเท่านั้นความสามารถคือสามารถเล่นฟุตบอลได้ทุกตำแหน่ง

และเมื่อเขาก้าวเข้าสู่สโมสรอาชีพอย่างเชลซีก็เริ่มต้นเล่นได้เป็นอย่างดีและต้องบอกเลยว่าได้คว้าแชมป์สำเร็จให้กับทีมได้ บิลลี่ กิลมัวร์ เป็นกำลังที่สำคัญมากๆในการคว้าแชมป์ครั้งนั้น และสามารถทำประตูแรกได้ในเกมเดบิวต์ ที่สามารถเอาชนะสโมสรอาร์เซนอลได้ในเดือนกันยายน และสุดท้ายก็ได้เป็นตัวจริงใน เอฟเอ ยูธ คัพ ที่สามารถ ทำประตูในเกมรอบชิงชนะเลิศได้และสามารถเล่นได้ดีในทุกๆนัดเลยก็ว่าได้

บิลลี่ กิลมัวร์ ได้ติดสโมสรทีมชาติ สกอตแลนด์รุ่น U21 ได้และเมื่ออายุ 16 ปีก็ได้คว้ารางวัลเยาวชนยอดเยี่ยมไปอีกด้วย ถือว่าเป็นนักเตะอีกคนที่น่าจับตามองไม่น้อยเลย

4


สำหรับ ลูคัส ตอร์เรร่า นั้นเป็นกองกลางของอาร์เซนอล เล่นในตำแหน่งกองกลางมิดฟิลด์ตัวรับ มีส่วนสูงอยู่ที่ 1.66 เมตร สัญชาติอุรุกวัย อายุ 24 ปี เกิดวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1996 เท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าขวา

สำหรับการเข้าร่วมสโมสรกับอาร์เซนอล มีการเซ็นสัญญาเข้าร่วมสโมสรเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 สโมสรเดิมคือ ซามพ์โดเรีย และจะสิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค. ศ. 2013 สำหรับค่าตัวของ ลูคัส ตอร์เรร่า ปัจจุบันนั้นก็คือ 40.50 ล้านปอนด์ สำหรับเสื้อที่ใส่ลงเล่นให้กับทีมอาเซนอลคือเสื้อเบอร์ 11

สโมรสรทีมเยาวชนที่เคยเล่นมา คือ ดิเอซิโอโชเดฆูลิโอ ,มอนเตวิดีโอ วันเดอร์เรอร์(Montevideo Wanderers) และเปสการา (Pescara)  สำหรับทีมสโมสรอาชีพคือ เปสการา ซามพ์โดเรีย และทีมปัจจุบันคืออาร์เซนอล

สถิติอาชีพ ในสโมสรต่างๆของ ลูคัส ตอร์เรร่า สำหรับสโมสรเปสการาและเปสการา ( ยืมตัว ) ในฤดูกาล 2014 2015 และ 2015-2016 เล่นในบอลลีก,บอลถ้วย,บอลยุโรปและอื่นๆ รวมแล้วได้ลงทั้งหมด 42 Match ทำประตูได้ 6 ประตู สำหรับการลงเล่นให้สโมสรเดิมคือซามพ์โดเรียในบอลลีก,บอลถ้วย,บอลยุโรปและอื่นๆ รวมทั้งหมดลงเล่น 74 Match ทำประตูได้ 4 ประตู และการลงเล่นให้กับสโมสรอาร์เซนอลในฤดูกาล 2018-2019 แล้วดูการ 2019 ถึงฤดูกาล 2000 20 พรีเมียร์ลีกบอลลีก,บอลถ้วย,บอลยุโรปและอื่นๆ รวมแล้วได้ลงเล่นทั้งหมด 175  Match ทำประตูได้ 33 ประตู

ลูคัส ตอร์เรร่า น้ำลงเล่นให้กับทีมชาติอุรุกวัยในปี 2018 และปี 2019 ในปี 2018 นัดโรงเรียนทั้งหมด 13 Match ในปี 2019 ลงเล่นทั้งหมด 7 Match รวมการลงเล่นทั้งหมดคือ 2 Match

5


สำหรับบูกาโย ซาก้า นั้นเป็นหนึ่งในทีมอาร์เซนอลที่เล่นในตำแหน่งกองกลางด้านซ้าย เป็นผู้เล่นที่อายุเพียง 18 ปี สัญชาติอังกฤษ เกิดวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 2001 ส่วนสูงของบูกาโย ซาก้า คือ 1.78 เมตร ในการเล่นฟุตบอลจะถนัดเท้าซ้ายมากที่สุด

สำหรับการเซ็นสัญญานักเตะกับทีมอาร์เซนอลคือเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 สโมสรเดิมที่ บูกาโย ซาก้า คืออาร์เซนอล U23  ค่าตัวปัจจุบันของบูกาโย ซาก้า คือ 11.70 ล้านปอนด์ สวมเสื้อลงเล่นให้กับทีมอาร์เซนอลเบอร์ 77

ต้องบอกเลยว่า บูกาโย ซาก้า  เป็นดาวรุ่งให้กับทีมสโมสร อาร์เซนอล เพราะได้มีการทำแอสซิสต์มากที่สุดในรายการแข่งขันยูโรปา ลีก ในฤดูกาล ที่ผ่านมาคือ 2019-2020

ข้อมูลในการแข่งขันฟุตบอลลีกประจำฤดูกาลที่ผ่านมา 2019-2020 ของบูกาโย ซาก้า รายกาiพรีเมียร์ลีก ลงแข่งให้สโมสรอาร์เซนอล ลงทั้งหมด 18 แมตซ์ แอสซิสต์ 3 ครั้ง เปลี่ยนตัวเข้า 6 ครั้ง เปลี่ยนตัวออก 4 ครั้ง ใบเหลือง 4  ใบ และในรายการพรีเมียร์ลีก 2 ลงเล่นให้กับทีมสโมสร อาร์เซนอล U18 จำนวน 1 แมตซ์ เปลี่ยนตัวออก 1 ครั้ง

สำหรับข้อมูลในการลงเล่นทีมชาติ อังกฤษ  U19 รายการที่แข่งขันคือ Championship Qualifiers ลงเล่นจำนวน 8 แมตซ์ ทำประตูได้ 4 ประตู แอสซิสต์ 2 ครั้ง เปลี่ยนตัวเข้า 5 ครั้ง เปลี่ยนตัวออก 3 ครั้ง และแข่งในรายการฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ U19 เข้าเล่นอยู่ 2 แมตซ์ แอสซิสต์ 1 ครั้ง เปลี่ยนตัวเข้า 1 ครั้งสำหรับผลงานในทีมชาติอังกฤษเข้าร่วมอยู่ 19 match ยิงประตูได้ 4 ประตู แอสซิสต์ 3  เปลี่ยนตัวเข้า 6 ครั้งเปลี่ยนตัวออก 3 ครั้ง

6


สำหรับ ดาวิด ลุยซ์ นั้นเล่นให้กับกองหลัง Center Back สโมสร Arsenal ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 1987 ปัจจุบัน ดาวิด ลุยซ์ อายุได้ 32 ปี เป็นคนสัญชาติบราซิลส่วนสูงคือ 1.89 เมตร สำหรับเท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าขวา

สำหรับสัญญานักเตะของ ดาวิด ลุยซ์ ในสโมสรอาร์เซนอลก็คือร่วมสโมสรเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2019 โดยย้ายมาจากสโมสรเดิมคือเชลซี และสวมเสื้อเบอร์ 23 ในการเล่นให้กับสโมสรอาร์เซนอลและจะสิ้นสุดสัญญา วันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2021 ดาวิด ลุยซ์ มีค่าตัวในปัจจุบันคือ 13.50 ล้านปอนด์

สำหรับ ดาวิด ลุยซ์ นั้นต้องบอกเลยว่าได้สถิติกองหลังที่แพงที่สุดในโลกอีกด้วยเพราะ ดาวิด ลุยซ์ นั้น ได้ย้ายไปสังกัด Paris saint-germain ในลีกเอิงฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 2014 ค่าตัวทั้งหมด 50 ล้านปอนด์ ถ้าหากคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2.5 พันล้านบาทเลยทีเดียว

เกียรติยศที่ได้รับนั้นคือ Portuguese League : Of The Year 2010 , Benfica Awards :Breakthrough Player of the year 2007, Premier League Player of the month Match 2011 และรางวัลที่ PFA Fans Player of the month Match 2011

ข้อมูลการแข่งขันที่ผ่านมาในฤดูกาล 2019-2020 ของดาวิด ลุยซ์ ได้เล่นให้กับอาร์เซนอลรายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีกซึ่งได้ลง 25 Match ทำประตูได้ 2 ประตู แอสซิสต์ 1 ใบเหลือง 4 ใบแดง 1 รวมเวลาการเข้าเล่นทั้งหมดคือ 2,186 นาที

ข้อมูลการลงเล่นฟุตบอลถ้วยระดับนานาชาติในฤดูกาลที่ผ่านมาคือ 2019-2020 รายการแข่งขันคือยูโรป้าลีก ทีมสโมสรคือทีมอาร์เซนอล ลงเล่นทั้งหมด 5 match เปลี่ยนตัวออก 1 ครั้ง เวลาเล่นรวมแล้วเท่ากับ 421 นาที

7


สำหรับ ซาดิโอ มาเน่ นั้นเราจะคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างดี เพราะเป็นตัวจริงลิเวอร์พูลที่ได้ลงสนามเป็นประจำเป็นกองหน้าตัวริมเส้นด้านซ้ายที่มีความว่องไว เกิดในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1992 ปัจจุบันอายุได้ 27 ปีเป็นคนสัญชาติเซเนกัล ส่วนสูง 1.74 เมตร เท้าที่ถนัดคือเท้าขวา

สำหรับสัญญานักเตะร่วมสโมสร 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2016 และจะสิ้นสุดสัญญาเมื่อ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2013 สโมสรเดิมของ ซาดิโอ มาเน่ คือ เซาแธมป์ตัน สวมเสื้อเบอร์ 10 ลงสนามเล่นให้กับลิเวอร์พูล ปัจจุบันค่าตัวมีมากถึง 135 ล้านปอนด์

สำหรับการย้ายมาที่ลิเวอร์พูลนั้นด้วยค่าตัวทั้งหมด 34 ล้านปอนด์ แต่ตอนนั้นเซ็นสัญญา 5 ปี และถือว่าเป็นชาวแอฟริกาที่มาเล่นในสโมสรลิเวอร์พูลที่มีการซื้อตัวผู้เล่นแพงที่สุด ในประวัติศาสตร์ของสโมสรเลยก็ว่าได้

สำหรับข้อมูลเกี่ยวเก็บประวัติสโมสร ถ้าเป็นเร็ดบูลล์ซัลบวร์ก คือได้ Austrian Bundesliga ในฤดูกาล 2013-2014 และ  Austrian cup ฤดูกาล 2013-2014 และลิเวอร์พูลสโมสรปัจจุบันคือ UEFA Champions League 2018-2019 UEFA Super Cup 2019 FIFA Club World Cup 2019 และ รางวัลส่วนตัวอีกมากมายนับไม่ถ้วน

สำหรับสถิติอาชีพสโมสรต่างๆ Metz ลงเล่นทุกรายการทั้งหมด 23 นัดทำประตูได้ 2 ประตูเร็ดบูลล์ซัลบวร์กลงเล่นทั้งหมด 87 นัด ทำประตูได้ทั้งหมด 45 ประตู เซาแธมป์ตันลงเล่นทั้งหมด 75 นัด ทำประตูได้ 25 ประตู และสโมสรปัจจุบันคือสโมสรลิเวอร์พูลลงเล่นทั้งหมด 161 นัด ทำประตูได้ 77 ประตู รวมสถิติการลงเล่นทั้งหมดคือ 346 นัด และทำประตูได้มากถึง 149 ประตู

สถิติทีมชาติคือ เซเนกัล เล่นให้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012-2019 ได้ลงเล่นทั้งหมด 69 นัด และทำประตูให้กับทีมชาติได้ถึง 19 ประตู

8


สำหรับ เคอร์ติส โจนส์ นั้นปัจจุบันได้เข้าร่วมกับสโมสรลิเวอร์พูล โดยเล่นตำแหน่ง กองกลาง ตัวกลาง คือกองกลางเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง เกิดวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 2001 ปัจจุบันอายุ 19 ปี ส่วนสูง 1.85 เมตร สัญชาติ อังกฤษ เท้าที่ถนัดที่สุดคือ เท้าขวา

เข้าสโมสรกับลิเวอร์พูลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 และสิ้นสุดสัญญา 30 มิถุนายน ค.ศ. 2024 สำหรับค่าตัวของ เคอร์ติส โจนส์ ก็คือ 1.80 ล้านปอนด์ ในปัจจุบันสวมเสื้อเบอร์ 48 ลงสนาม สโมสรเดิมของ เคอร์ติส โจนส์ คือ Liverpool u18

สำหรับประวัติของ เคอร์ติส โจนส์ ถ้าหากเป็นทางสโมสรลิเวอร์พูล คือได้ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2019 และรางวัลส่วนตัวคือ  UAE sports Chain cup player of the Tournament

สำหรับ เคอร์ติส โจนส์ นั้นได้ลงให้กับทีมชุดใหญ่ในนัดแรก เมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.2019 ซึ่งเป็นนัด FA Cup รอบ 3 และวันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 2019 ได้ลงนัดที่ 2 ในการแข่งขัน EFE CUP ซึ่งในนัดนั้น เคอร์ติส โจนส์ ได้ถูกเลือกให้เป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมประจำนัดเลยทีเดียว

และรายการที่ลิเวอร์พูลได้พบกับอาร์เซนอล เคอร์ติส โจนส์ ได้ทำลูกโทษ จึงทำให้ลิเวอร์พูลชนะอาร์เซนอลได้ แล้วก็ได้ลงพรีเมียร์ลีก เมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2019 แต่เป็นตัวสำรองไปเยือนบอร์นมัธ

ในวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 2020 เคอร์ติส โจนส์ ได้ร่วมลงแข่งขันในฤดูกาล 2019-2020 ชนะ เอฟเวอร์ตัน ในสกอร์ 1 - 0  ซึ่ง เคอร์ติส โจนส์ ได้เป็นคนยิงประตูนั่นเอง

สำหรับสถิติอาชีพของ เคอร์ติส โจนส์ ลิเวอร์พูล และ Liverpool U21 นัดทำประตูได้ 2 ประตู ในพรีเมียร์ลีก 2019-2020 ทั้งสองประตูนั่นเอง

9


สำหรับ ดิว็อค โอริกี้ นั้นถือว่าเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าของลิเวอร์พูลในปัจจุบัน เขาได้เกิดเมื่อวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1995 ปัจจุบันอายุได้ 24 ปี เป็นคนสัญชาติเบลเยี่ยม มีส่วนสูง อยู่ที่ 1.85 เมตร และเท้าที่ถนัดที่สุดของเขาคือเท้าขวา

สำหรับ ดิว็อค โอริกี้ นั้นได้เข้าร่วมกับสโมสรลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2024 สโมสรเดิมของดิว็อค โอริกี้ คือ โวล์ฟสบวร์ก เล่นให้กับสโมสรลิเวอร์พูลจะสวมเสื้อเบอร์ 27

สำหรับเกียรติประวัติของ ดิว็อค โอริกี้ ถ้าหากเป็นสโมสรลิเวอร์พูลนั้นได้ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2018-2019 UEFA Super Cup 2019 และฟุตบอลชิงแชมป์โลกสโมสรโลก 2019 ประวัติส่วนตัวหรือรางวัลส่วนตัวของ ดิว็อค โอริกี้ คือประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของ AE Sport ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2016

สำหรับการต่อสัญญาครั้งล่าสุดใน Liverpool คือในวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 ดิว็อค โอริกี้ ได้มีการต่อสัญญาระยะยาวกับลิเวอร์พูลนั่นเอง

สำหรับสถิติอาชีพของ ดิว็อค โอริกี้ เริ่มจาก สโมสร ลีล เบ ได้ลงเล่นทั้งหมด 11 นัด 2 ประตู กับสโมสรลีล ได้ลงเล่นทั้งหมด 89 นัด และทำประตูได้ถึง 16 ประตู และลิเวอร์พูลได้ลงเล่นทั้งหมด 134 นัด ทำประตูได้ 33 ประตู ปัจจุบัน ว็อลฟส์บวร์ค ได้มีการยืมตัวไปซึ่งได้ลง 34 นัด ทำประตูได้ 6 ประตู รวมทั้งหมดของผลงานคือ 268 นัด ทำประตูได้ 57 ประตู

ทีมชาติสำหรับ ดิว็อค โอริกี้ นั้นเล่นให้ทีมชาติเบลเยี่ยมเล่นตั้งแต่ปี 2014-2015 ลงเล่นทั้งหมด 28 นัดทำประตูได้ 3 ประตู ซึ่งประตูทั้ง 3 เกิดขึ้นในปี 2014 นั่นเอง

10

ไนเจล วินเทอร์เบิร์น เล่นในตำแหน่ง แบ็คซ้าย ฤดูกาล 1997/1998 ลงสนาม 49 นัด
แบ่งเป็นการเล่นในพรีเมียร์ลีก 36 นัด เป็นตัวจริง 35 นัด เป็นสำรอง1 นัด อยู่ในสนาม 3,099 นาที ยิงได้ 1 ประตู จ่าย 5 แอสซิสต์ โดย 1 ประตูที่ยิงได้ เกิดขึ้นในนัดที่ 7 ของฤดูกาล อาเซน่อล บุกไปชนะ เชลซี ถึงสแตมฟอร์ด บริดจ์ 3-2  ฤดูกาลนั้น อาเซน่อลจบด้วยการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก มีสถิติชนะ 23 เสมอ9 แพ้6 มี 78 คะแนน มีแต้มเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียง 1 คะแนน

โดยทุกนัดที่  ไนเจล วินเทอร์เบิร์น ยิงได้ หรือแอสซิสต์ได้ ทั้ง 6 นัดในพรีเมียร์ลีก อาเซน่อลไม่แพ้เลยทั้ง 6 นัด และไนเจล วินเทอร์เบิร์น มีสถิติลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีก 25 นัดติดต่อกัน ในส่วนของฟุตบอลเอฟเอคัพ ไนเจล วินเทอร์เบิร์น ได้ลงสนาม 8 นัด เป็นตัวจริงทั้ง 8 นัด

อาเซน่อลผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับนิวคาสเซิล ซึ่ง ไนเจล วินเทอร์เบิร์น ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็คซ้าย  ซี่งอาเซน่อลเป็นฝ่ายมีชัยเหนือ นิวคาสเซิล 2-0 และในฟุตบอลลีกคัพ ไนเจล วินเทอร์เบิร์น ได้ลงสนาม 3 นัด  เป็นตัวจริงในนัดที่อาเซน่อล บุกไปชนะเวสแฮมต์ 3-2  ส่วนในรอบรองชนะเลิศนัดแรก อาเซน่อล ชนะเชลซี 2-1 และรอบรองชนะเลิศ นัดที่2 อาเซน่อล แพ้ เชลซี 1-3 จอดป้ายแค่รอบนั้น

สรุปฤดูกาล 1997/1998 อาเซน่อลได้แชมป์พรีเมียร์ลีก และเอฟเอคัพ เป็นดับเบิ้ลแชมป์ไนเจล วินเทอร์เบิร์น ลงสนาม 49 นัด เป็นคนที่ได้ลงเล่นมากที่สุดในทีมรวมทุกรายการ และการลงเล่น 36 นัดในพรีเมียร์ลีก ของ ไนเจล วินเทอร์เบิร์น ก็กลายเป็นคนที่ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีก ให้อาเซน่อลมากที่สุดเช่นเดียวกัน

นักเตะที่ยิงประตูให้อาเซน่อลมากที่สุด : เดนนิส เบิร์กแคม 22 ประตู
นักเตะที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีก ให้อาเซน่อลมากที่สุด :เดนนิส เบิร์กแคม 16 ประตู
นักเตะอาเซน่อลที่ได้รับใบเหลืองมากที่สุด : ปาทริค วิเอร่า 10 ใบ
นักเตะอาเซน่อลที่ได้รับใบแดงมากที่สุด : ปาทริค วิเอร่า : 2 ใบ

11


ลี ชาร์ป เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ปี 1971 ที่ ประเทศอังกฤษ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพ
กับสโมสรทอร์คีย์ ในปี 1988 ก่อนที่ในปีเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะจ่ายเงิน 2แสนปอนด์
ซื้อตัว ลี ชาร์ป มาร่วมทีม ลี ชาร์ป ใช้เวลา 4 ปีในการขึ้นมามีส่วนสำคัญกับทีมชุดใหญ่

ฤดูกาล 1992/1993 ลี ชาร์ป กลายเป็นกำลังสำคัญของแมนฯยูไนเต็ด ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีก 27 นัด
เป็นตัวจริงทั้ง 27 นัด อยู่ในสนามเป็นเวลา 2,362 นาที ยิง 1 ประตู และจ่าย 8 แอสซิสต์
มีส่วนสำคัญในการพาแมนฯยูไนเต็ด เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้น แมนฯยูมี 84 คะแนน
จากชัยชนะ24 เสมอ12 แพ้6 มีแต้มเหนือ แอสตัล วิลล่า รองแชมป์ถึง 10 คะแนน

ฤดูกาล 1993/1994 ลี ชาร์ป ได้ลงสนาม 38 นัดรวมทุกรายการ อยู่ในสนาม 2,852 นาที
แบ่งเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 30 นัด ยิง 9 ประตู และจ่าย 5 แอสซิสต์ จบฤดูกาลนั้นแมนฯยู ชนะ27
เสมอ11 แพ้ 4 มี 92 คะแนน คว้าแชมป์ด้วยการมีแต้มเหนือแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 8 คะแนน
ขณะที่ในฟุตบอลเอฟเอคัพ ลี ชาร์ป ได้ลงสนาม 3 นัด โดยลงเล่น 120 นาที ในรอบรองชนะเลิศ
ที่เสมอกับโอลแฮม 1-1  และได้ลงสนาม 90 นาทีเต็ม ในนัดรีเพลย์ที่เอาชนะโอลแฮม 4-1
ขณะที่ในรอบชิงชนะเลิศ ลี ชาร์ป ได้ลงสนามเป็นตัวสำรองใน 6 นาทีสุดท้าย ซึ่งแมนฯยู
มีชัยเหนือเชลซี 4-0 คว้าแชมป์เอฟเอคัพไปครอง กลายเป็นดับเบิ้ลแชมป์ในปีนั้น

ข้ามมาฤดูกาล 1995/1996 ลี ชาร์ป ได้ลงสนาม 38 นัดรวมทุกรายการ อยู่ในสนาม 2,652 นาที
ยิงได้ 6 ประตู และจ่าย 5 แอสซิสต์ แบ่งเป็นการลงสนามในพรีเมียร์ลีก 31 นัด ยิง 4 ประตู จ่าย 2 แอสซิสต์
จบฤดูกาลนั้น แมนฯยูไนเต็ด ชนะ25 เสมอ7 แพ้6 มี 82 คะแนน คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครอง
ด้วยการมีแต้มเหนือนิวคาสเซิล 4 คะแนน

ทางด้านของฟุตบอลเอฟเอคัพ ลี ชาร์ป ได้ลงสนาม 4 นัด แอสซิสต์ 1 ครั้งในรอบ4
ที่แมนฯยู ชนะ เรดดิ้ง 3-0 ยิง1ประตูในรอบ5 ที่แมนฯยู ชนะ แมนฯซิตี้ 2-1 และยิง1ประตู
ช่วยให้แมนฯยู ชนะ เซาแธมตั้น 2-0 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ลงเล่น
ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งแมนฯยู มีชัยเหนือ ลิเวอร์พูล 1-0
หลังจากนั้น ลี ชาร์ป อยู่กับทีมถึงปี 1996  คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย แชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัย
แชมป์ลีกคัพ 1 สมัย และแชมป์คัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย

12


ไมเคิล เจมส์ โอเว่น หรือ ไมเคิล โอเว่น ตำนานทีมชาติอังกฤษ และสโมสรลิเวอร์พูล
เกิดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ปี 1979  ทีประเทศอังกฤษ

โอเว่นเริ่มต้นเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชนกับลิเวอร์พูล ในปี 1991 ก่อนจะเข้าไปมีส่วนร่วม
กับทีมลิเวอร์พูลชุดใหญ่ ในฤดูกาล 1996/1997 แต่ยังไม่ใช่นักเตะตัวหลักของทีม
โอเว่นประเดิมสนามนัดแรกให้กับลิเวอร์พูล  ในการเจอกับวิมเบอดัน  และยิงประตู
แรกให้กับทีมได้ทันทีในนัดนั้น แต่ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป 1-2

ฤดูกาล 1997/1998  โอเว่นได้ได้ลงสนาม 44 นัดรวมทุกรายการ ให้กับลิเวอร์พูล
ยิงไป 23 ประตู แบ่งเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 38 นัด ยิงไป 18 ประตู
 โดยยิงได้เท่ากับ ดิออน ดับลิน ของแอสตัล วิลล่า และคริส ซัตตัน ของแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
คว้าดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนั้นร่วมกัน
โดยแชมป์ในฤดูกาลนั้นเป็นของอาเซน่อล ขณะที่ลิเวอร์พูล ได้อันดับที่3

เข้าสู่ฤดูกาล 1998/1999  ไมเคิล โอเว่น ลงสนามให้ลิเวอร์พูล 40 นัดหากนับรวมทุกรายการ
ยิงไป 23 ประตู ลิเวอร์พูลทำได้ดีที่สุดเพียงแค่อันดับที่ 7 ของพรีเมียร์ลีก
และไม่มีแชมป์รายการใดๆ ติดมือมาเลย  และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ฤดูกาลนั้นแมนฯยูไนเต็ด
อริตลอดกาลของลิเวอร์พูล คว้า 3 แชมป์ ทั้งพรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ และยูฟ่าแชมป์เปียนลีก
เข้าสู่ฤดูกาล 2000/2001 ไมเคิล โอเว่น ได้ลงสนามมากถึง 46 นัด ยิงไปทั้งหมด 24 ประตู
ลิเวอร์พูลได้แชมป์ยูฟ่าคัพ ด้วยการเอาชนะอลาเบส ยอดทีมจากสเปน ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
ไปด้วยสกอร์ 5-4  ตามมาด้วยแชมป์เอฟเอคัพ และแชมป์ลีกคัพ
ส่วนในพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลได้อันดับที่ 3

ไมเคิล โอเว่น อยู่กับลิเวอร์พูล จนถึงฤดูกาล 2003/2004  ลงสนามให้ลิเวอร์พูล 297 นัด
ยิงได้ 158 ประตู ก่อนจะย้ายไปค้าแข้งกับอีกหลายทีมในยุโรป ไล่ตั้งแต่ เรอัล มาดริด
นิวคาสเซิล ,แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมไปถึง สโต๊ก ซิตี้

ไมเคิลโอเว่น ติดทีมชาติอังกฤษ ช่วงปี 1998-2008 ลงสนามให้ทีมชาติอังกฤษ 89 นัด
ยิงไป 40 ประตู โดยทัวร์นาเมนต์ที่ไมเคิล โอเว่น แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว คือฟุตบอลโลก 1998
ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ โดย 1 ในประตูที่เค้าทำได้คือ การลากไปยิงใส่อาเจนติน่า
ในฟุตบอลโลกรอบ 16 ทีมสุดท้าย  ซึ่งท้ายที่สุดอังกฤษจอดป้ายแค่รอบนั้น  ด้วยการพ่าย
ให้กับอาเจนติน่า ในการดวลจุดโทษ 5-6

13


คาร์ลอส วันเดอราม่า เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน ปี 1961 ที่ประเทศโคลัมเบีย
เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรยูเนี่ยน มักเดเรน่า ในปี 1983 

จากนั้นวันเดอลาม่า ย้ายทีมไปเรื่อย แต่ไม่ประสบความสำเร็จในระดับสโมสรเท่าไหร่ 
เค้าย้ายทีมมากกว่า 10 ครั้ง ไล่ตั้งแต่มิโนรานิออส ,เดปอติโว คาลี,มงเปลีเยร์ ,เรอัล บายาโดลิด,
เรอัล ซาราโกซ่า,แอตเลติโก้ จูเนียร์ ,ไมอามี่ ฟูชั่น ,แทมป้าเบย์ และโคราโด้ ราปิด   
โดยวันเดอลาม่าได้แชมป์ลีกของประเทศโคลัมเบีย 2 ครั้ง กับแอตเลติโก้ จูเนียร์ ในปี 1993 และ 1995

คาร์ลอส วันเดอราม่า  ติดทีมชาติโคลัมเบีย ตั้งแต่ปี 1985 จนถึงปี 1998 
ประเดิมสนามนัดแรกในการเล่นให้กับทีมชาติในปี 1985 ซึ่งโคลัมเบียเอาชนะ ปารากวัย 3-0
ในฟุตบอลโลก 1986รอบคัดเลือก โดยวันเดอลาม่า ได้ลงสนามให้ทีมชาติโคลัมเบียทั้งหมด 111 นัด ยิง 11ประตู

คาร์ลอส วันเดอราม่า เป็นกัปตันทีมชาติโคลัมเบีย ในฟุตบอลโลกปี 1990
ทัวร์นาเม้นต์นั้น โคลัมเบียผ่านเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งคาร์ลอส วันเดอราม่า ได้ลงเล่น
ครบทั้ง 4 นัด  นัดแรกโคลัเบีย เอาชนะ เอมิเรตน์ 2-0 ซึ่งคาร์ลอส วันเดอราม่า ยิงได้ 1 ประตู
นัดที่2 โคลัมเบีย แพ้ ยูโกสลาเวีย 0-1 นัดที่3 เสมอเยอรมัน 1-1 ซึ่งวันเดอราม่าแอสซิสต์ 1 ลูก
โคลัมเบียผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนจะไปแพ้ให้กับ แคเมอรูน 1-2
   
ฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐเป็นเจ้าภาพ คาร์ลอส วันเดอราม่า มีส่วนสำคัญในการพาทีม
ผ่านเข้ารอบสุดท้าย เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน แต่ครั้งนี้โคลัมเบีย ชิงตกรอบตั้งแต่ 2 นัดแรก
โดยพวกเค้าแพ้โรมาเนีย 1-3 และแพ้สหรัฐ 1-2 แม้นัดสุดท้ายจะชนะสวิตเซอร์แลนด์ 2-0
แต่ก็ไม่มีผลอะไรแล้ว  โคลัมเบียที่เป็น 1 ในทีมเต็งในฟุตบอลโลกครั้งนั้นตกรอบแรกไป
   
ฟุตบอลโลก ปี1998  ที่ฝรั่งเศส คาร์ลอส วันเดอราม่า ยังเป็น 1 ใน23 นักเตะของทีมชาติโคลัมเบีย
มาแข่งในครั้งนั้น นัดแรกพวกเค้าพ่ายโรมาเนียโจทย์เก่า 0-1  ก่อนจะมาเบียดชนะตูนิเซีย 1-0
แต่นัดสุดท้ายโคลัมเบียเจอของหนัก พวกเค้าแพ้ทีมชาติอังกฤษ 0-2 ตกรอบแรกอีกครั้ง
โดย คาร์ลอส วันเดอราม่า ได้ลงเล่นครบทั้ง 3 นัด อยู่ในสนามครบ 270 นาที
และนั่นเป็นทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของคาร์ลอส วันเดอราม่า กับทีมชาติโคลัมเบีย



Pages: [1] 2

พื้นที่โฆษณา ขนาด 728x90 พิกเซล
ติดต่อ 080-000-0000